ธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ
(Food Bank Disaster preparedness)

ประวัติของเครือข่าย ธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ


เครือข่ายธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติถูกพัฒนาจากแนวคิด “ธนาคารอาหารชุมชน” จากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 “ให้พัฒนาแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองได้ และเหลือจำหน่ายในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเริ่มตั้งแต่สร้างแหล่งอาหารเพิ่มเติมเพื่อให้คนและสัตว์ได้บริโภค หรือเมื่อคนเดินเข้าป่าแล้วสามารถเก็บพืชผักตามธรรมชาติที่เป็นแหล่งอาหารจากป่าได้ ในส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัยหรือแหล่งชุมชนนั้น ให้ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เลี้ยงสัตว์ ประมง เพื่อบริโภคและจำหน่ายให้มีรายได้ โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ มุ่งหวังให้คนรักป่า และอยู่กับป่าได้อย่างมีความสุข”


เครือข่ายธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติก่อตั้งเมือวันที่ 8 สิงหาคม 2561พัฒนามาจากเครือข่ายอาหารเพื่อเพื่อนที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2560 จากความร่วมมือของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผลผลิตที่ปราศจากสารเคมีดีต่อสุขภาพด้วยการจัดทำระบบรับรองมาตรฐานแบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee System) ผู้ประกอบการที่ทำกิจการประกอบการสังคม (Social Enterprise) ผู้บริโภค (Consumer) องค์กรอิสระ และ องค์กรภาครัฐ ที่จับมือร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อาหารที่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยใช้ความสัมพันธ์แบบเพื่อน ภายใต้ความไว้วางใจกันในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผู้ผลิตผลิตอาหารอย่างตั้งใจ และให้ความรับผิดชอบต่อการผลิต ในทางเดี่ยวกันผู้บริโภคก็ให้ความไว้วางใจ และช่วยอุดหนุนผลผลิตจากฝ่ายผู้ผลิต ทั้งนี้การรวมตัวกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพทั้งคนกินคนปลูก ช่วยให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารด้วยระบบการรับรองมาตรฐานแบบมีส่วนร่วม โดยใช้เวลาเตรียมการ่วมกันกว่า 3 ปีจนสามารถเชื่อมโยงเครือข่าย ประสานการทำงานด้านการผลิตผลผลิตทางการเกษตร การแปรรูปที่ปราศจากสารพิษ พัฒนาสู่การทำการตลาดร่วมกันใน จังหวัดจันทบุรี สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา สระบุรี สุรินทร์ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ นครศรีธรรมราช แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ โดยการพึ่งพากันเองในช่วงแรก และได้รับการสนับสนุนจากส่วนหนึ่งจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ผ่านโครงการคนเห็นคน จัดทำเวทีพูคคุยคนอินทรีย์เห็นคนอินทรีย์ ด้วยเทคนิคการพูดคุยระดมจิตใจ (Mindstorming) จนรวมตัวเป็นเครือข่าย ผลจาการจัดเวทีพูคุยระดมจิตใจสร้างเป้าหมายร่วมกัน แนวคิดสากลเกี่ยวกันอธิปไตยทางอาหารมีเป้าหมายสำคัญคือ การปกป้องสิทธิของเกษตรกรและชุมชนในการผลิต และการจัดการอาหารจากการรุกรานของระบบทุนนิยมโลกเสรีด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมกับปรับเปลี่ยนระบบการตลาดอาหาร และผลผลิตทางการเกษตร โดยใช้ชุมชนเป็นฐานของการพัฒนาเพื่อให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนต่อระบบความมั่นคงทางด้านอาหารของคนในชุมชน ร่วมผลักดันนโยบายของรัฐในฐานะคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติเพื่อให้เกิดการเสริมหนุนเชิงนโยบายควบคู่ไปด้วย


จากการทำงานในพื้นที่ต่างๆทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของฤดู การแปรปรวนของธรรมชาติที่ส่งผลต่อระบบการผลิตอาหารในพื้นที่ต่างๆที่มีปัญหาที่แตกต่างกันมีความซับซ้อน ทำให้เครือข่ายอาหารเพื่อเพื่อนตระหนักถึงผลกระทบที่กำลังตามมาจากปัญหาเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหารของคนไทย จึงพยามยามที่จะสร้างเครือข่ายพึ่งพาตนเอง และพึ่งพากันเอง จนเกิดแนวร่วมในหลายจังหวัด เช่นจันทบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี นครศรีธรรมราช แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ฉะเชิงเทรา สระบุรี นครปฐม กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ในระดับประเทศ เครือข่ายอาหารเพื่อเพื่อนเป็นผู้ริเริ่มการประสานความร่วมมือจากองค์กรต่างๆที่พัฒนาระบบรับรองแบบมีส่วนร่วมที่เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างระบบความมั่นคงทางด้านอาหารที่ปราศจากสารเคมีจนเกิดเป็น สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย พีจีเอส (THAI ORGANIC PGS FEDERATION)อันประกอบด้วย องค์กรที่จะมาร่วมมือเอกชนและรัฐ


จากปัญหา วิกฤตการทางธรรมชาติ สภาพการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ และสภาวะการทางเศรษฐกิจ ที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นไปทุกทีจาก การขาดความรู้ส่งผลถึงการตระหนักรู้ของประชาชน การขาดต้นแบบในการบริหารจัดการที่ดี การขาดการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ การขาดการประชาสัมพันธ์ การขาดการประสานความร่วมมือในทุกระดับตั้งแต่ ระดับครัวเรือน ชุมชน อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ การขาดหน่วยงานขับเคลื่อนที่ชัดเจน ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อการจัดการปัญหาภัยพิบัติที่จะมาถึงสุขภาวะของคนในประเทศ ดังนั้นสร้างการตระหนักรู้ พัฒนาแนวคิด วิธีการ รูปแบบ และการศึกษาวิจัย เพื่อแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับภูมิสังคมในแต่ละพื้นจึงมีความจำเป็นต้องอาศัยความมีส่วนร่วมของคนในทุกระดับโดยเริ่มจากระดับครอบครัว และชุมชน ที่จะต้องช่วยกัน สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อน ธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายความร่วมมือธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ ส่งเสริมการจัดการฐานข้อมูลด้านอาหารในการรับมือภัยพิบัติ สร้างองค์ความรู้ในการบริหารจัดการอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ สื่อสารรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดทำธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาด้านการขาดแคลนอาหารยามประสบภัยพิบัติ สร้างการตระหนักรู้ พัฒนาแนวคิด วิธีการและรูปแบบ บนพื้นฐานภูมิสังคมที่แตกต่างกัน ดังนั้นเครือข่ายธนาคารเพื่อรับมือภัยพิบัติจึงเน้นการทำงาน ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อพัฒนา การตระหนักรู้ ความรู้ พัฒนา วิธีการ และรูปแบบธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ ที่เหมาะสมกับภูมิสังคม ภูมินิเวศ ภูมิวัฒนธรรม เป็นสำคัญ

วัตถุประสงค์ของเครือข่าย ธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ
1. เพื่อสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ
2. เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการบริหารจัดการอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ
3. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อน ธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติ
4. เพื่อส่งเสริมการจัดการฐานข้อมูลด้านอาหารในการรับมือภัยพิบัติ
5. เพื่อสื่อสารรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดทำธนาคารอาหารเพื่อรับมือภัยพิบัติสู่
สาธารณะ

วิสัยทัศน์
“สะสม แลกเปลี่ยน หมุนเวียน แบ่งปัน สร้างความมั่นคงทางอาหารเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”